Showing posts with label แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญา. Show all posts
Showing posts with label แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญา. Show all posts

Wednesday, 16 May 2018

สมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) คืออะไร


สมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) เป็นนโยบายสำคัญของยุทธศาสตร์แผนพัฒนาการเกษตร ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) ซึ่งได้กำหนดวิสัยทัศน์ของแผนพัฒนาการเกษตร คือ “เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนมีความมั่นคงด้านอาหารเป็นฐานสร้างรายได้ให้แผ่นดิน” ประกอบกับยุทธศาสตร์ประเทศที่กำหนดไว้ว่า“ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขัน คนไทยอยู่ดีกินดี มีความเสมอภาค และเป็นธรรม” กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้นำวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ประเทศดังกล่าวไปกำหนดแผนการปฏิรูปการเกษตรของประเทศไทย (พ.ศ. 2556-2561) โดยเน้นการพัฒนาเกษตรกรให้มีความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้ มีภูมิคุ้มกันพร้อมรับความเสี่ยงในการผลิตและการตลาด รวมทั้งมีความสามารถในการผลิตและการตลาด พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้จัดการฟาร์มมืออาชีพ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้มุมมองที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) และเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm) ไว้ ดังนี้

สมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) หรือ เกษตรกรปราดเปรื่อง
ในมุมมองของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแนวคิดว่า สมาร์ทฟาร์มเมอร์ หมายถึง เกษตรกรที่มีความรู้อย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีความคิดในการวางแผนเป็นเลิศ โดยเฉพาะการรู้ถึงอุปสงค์ของตลาดและเตรียมการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการ รวมทั้งมีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากนั้นยังมีความสามารถในการแก้ปัญหาได้รวดเร็ว โดยการวิเคราะห์ข้อมูลรอบด้านเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจที่ตั้งอยู่บนหลักการและเหตุผล ตลอดจนรู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการเกษตร
สมาร์ทฟาร์ม (Smart Farm) หรือ เกษตรอัจฉริยะ
ในมุมมองของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้นำเสนอแนวคิดหลักของ สมาร์ทฟาร์ม คือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการพัฒนาทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรไปจนถึงผู้บริโภค (From Farmer to Market) เพื่อยกระดับผลิตภาพการผลิต ลดต้นทุน รวมทั้ง พัฒนามาตรฐานสินค้า หลักการของแนวคิด “Smart Farm” คือ ความพยายามยกระดับการพัฒนาเกษตรกรรมใน 4 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ 1) การลดต้นทุนในกระบวนการผลิต 2) การเพิ่มคุณภาพมาตรฐานการผลิตและมาตรฐานสินค้า 3) การลดความเสี่ยงในภาคเกษตร ซึ่งเกิดจากการระบาดของศัตรูพืชและจากภัยธรรมชาติ และ 4) การจัดการและส่งผ่านความรู้
ในมิติของผลผลิต “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” จะเน้นการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัยต่อ ผู้บริโภค และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในด้านรายได้ ปัจจุบันรายได้เฉลี่ยของเกษตรกรอยู่ที่ ครัวเรือนละ 132,000 บาทต่อปี การก้าวสู่ “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” นั้น เกษตรกรจะมีรายได้อย่างน้อยในระดับเดียวกับหรือมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำ8nvวันละ 300 บาทเป็นอย่างน้อย ซึ่งหมายถึงรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 180,000 บาท หรือเท่ากับเงินเดือนขั้นต่ำของผู้จบปริญญาตรี รายได้ที่สูงขึ้นนี้จึงสะท้อนว่า “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” คือเกษตรกรซึ่งมีระดับมาตรฐานความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตดี คุณสมบัติทั้งหมดนี้จะส่งเสริมให้เกษตรกรที่เป็น “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

การพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer)
หลักการสำคัญในการพัฒนา “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” คือ การพัฒนาตัวเกษตรกรให้มีองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ เช่น การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้าน การทำการเกษตรตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้ด้านบัญชีต้นทุน ด้านการตลาด ตลอดจนช่องทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีกลไกการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยพัฒนาเกษตรกรให้สามารถเข้าถึงข่าวสารที่ทันเหตุการณ์และความรู้ด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการดำเนินงานที่สำคัญคือ

จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเกษตร เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนให้ครอบคลุมทั้งในด้านของแหล่งผลิต ฤดูกาลที่ผลผลิตออกสู่ตลาด ปริมาณผลผลิต สภาพภูมิอากาศ รวมทั้งราคาสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ราคาสินค้า การตลาดทั้งในและนอกประเทศ ปัจจัยการผลิต การเตือนภัย โดยสร้างเป็นเครือข่ายข้อมูลทุกจังหวัด
พัฒนา Smart Officer ซึ่งคือ เจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ มีความรู้ทางวิชาการ มีความเข้าใจในนโยบาย การบริหารจัดการงาน/โครงการ มีเทคนิคการถ่ายทอดที่ดี สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน มีความรักเกษตรกรเหมือนญาติและมุ่งมั่นที่จะสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกร ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านต่าง ๆ ให้แก่เกษตรกร

ความความสัมพันธ์ระหว่าง Smart Farmer กับ Smart Officer

ภาพจาก เจาะลึก “Smart Farmer” แค่แนวคิดใหม่ หรือจะพลิกโฉมการเกษตรไทย (น.5), โดย ฤทัยชนก จริงจิตร, 2556, สืบค้นจาก http://www.tpso.moc.go.th/sites/default/files/1074-img.pdf



เรียบเรียง : รักษก อภิวงค์คำ / นัชรี อุ่มบางตลาด สถาบัน กศน.ภาคหนือ

อ้างอิง :
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2556). คู่มือแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย Smart Farmer และ Smart Officer. สืบค้นจาก https://www.opsmoac.go.th/strategic-files-391191791803

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2560). แผนงาน Smart Farmer. สืบค้นจาก https://www.moac.go.th/ a4policy-alltype-391191791803

ฤทัยชนก จริงจิตร (2556). เจาะลึก “Smart Farmer” แค่แนวคิดใหม่ หรือจะพลิกโฉมการเกษตรไทย. สืบค้นจาก http://www.tpso.moc.go.th/sites/default/files/1074-img.pdf

Thursday, 10 May 2018

ครูผู้ถ่ายทอดแนวคิดสมาร์ทฟาร์มเมอร์ วรรณพิชัย โยธินพิสุทธิ

ครูวรรณพิชัย โยธินพิสุทธิ เป็นชาวเชียงราย อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 1 ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย จบการศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส. ช่างอิเล็กทรอนิกส์ จากวิทยาลัยเทคนิคเชียงราย และเรียนต่อในระดับปริญญาตรี สาขาช่างอุตสาหกรรม จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้เริ่มต้นทำงานเป็นครูมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2540 ที่โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงรายโดยสอนวิชาการอาชีพและเทคโนโลยีในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย นับว่าเป็นครูมาถึง 20 ปีแล้ว นอกจากงานด้านการสอนแล้วในเวลาว่างหลังเลิกงาน ยังรับจ้างซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ และทำการเกษตรอีกด้วย


กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียนจากอดีตถึงปัจจุบัน เน้นการเรียนการสอนงานบ้าน งานเกษตร งานช่าง งานประดิษฐ์ งานธุรกิจ งานด้านช่างนั้นจะนำนักเรียนออกฝึกปฏิบัติเดินสายไฟตามหมู่บ้าน ส่วนงานเกษตรได้สนับสนุนในให้นักเรียนทำงานการเกษตรตามภาคเรียน ทั้งด้านพืชและสัตว์ การเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่พันธุ์ไข่ การเลี้ยงจิ้งหรีด การเลี้ยงปลาดุก การปลูกพืชผักสวนครัว และล่าสุดการทำสวนผักกับลาบ และกำลังจะนำองค์ความรู้การปลูกเมล่อนในโรงเรือนในลักษณะสมาร์ทฟาร์มไปฝึกปฏิบัติให้แก่เด็กนักเรียนในปีการศึกษาหน้า

ประสบการณ์ในการทำการเกษตร
ครูวรรณพิชัย เคยทำสวนยางพารามาเป็นเวลา 10 กว่าปี แล้วหยุดมาทำสวนถั่วดาวอินคาในพื้นที่ 4 ไร่ แต่ล้มเหลวเนื่องจากไม่มีคนรับซื้อผลผลิต ทำสวนมะละกอฮอแลนด์และทำสวนกล้วยน้าว้าอีก  4  ไร่ ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากพื้นที่สวนอยู่ห่างจากบ้าน ไม่มีเวลาไปดูแล เพราะต้องทำภาระหน้าที่ในการสอน

ปัจจุบันได้ทำสวนเมล่อนโดยใช้พื้นที่เพียง 1 ไร่ โดยเริ่มต้นจากการทำโรงเรือนเมล่อน 1 โรงเรือนสามารถปลูกได้ 400 ต้น และทดลองปลูกด้านนอกโรงเรือนอีก 300 ต้น และยังแบ่งพื้นที่อีก 1 ส่วน ปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเอง ตามฤดูกาล มีทั้งถั่วฝักยาว ชะอม ข้าวโพดหวาน นอกจานี้ยังมีไม้ผล เงาะ ลำไย ฝรั่ง อาโวคาโด้ ส้มโอ เลี้ยงบ่อปลาดุกในบ่อขนาด 2 คุณ 5 เมตร เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ 60 ตัว มีการทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ และมีโครงการที่จะทำแหล่งพลังงาน บ่อแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ เนื่องจากข้างสวนมีเกษตรกรที่ทำการเลี้ยงวัว


เนื่องจากครูวรรณพิชัย ประกอบอาชีพประจำเป็นครูสอนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี จึงมีเวลาทำการเกษตรเฉพาะตอนเช้า 04.00-06.00 น และตอนเย็นถึงค่ำหลังเลิกงานตั้งแต่เวลา 17.00-21.00 น. ในวันธรรมดา และเต็มวันในวันหยุดเท่านั้น โดยทำเพียงคนเดียวไม่จ้างคนงาน นอกจากมีงานเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น การทำการเกษตรของครูวรรณพิชัย จึงได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรื่องการจัดการ  เช่น การใช้ระบบเซนเซอร์ในการให้น้ำพืชด้วยระบบน้ำหยด และมีการตั้งเวลาสำหรับการให้น้ำและให้อาหารแก่ปลาดุกและไก่พันธุ์ไข่ และการใช้วงจรปิดเพื่อติดตามดูความเคลื่อนไหวในสวน ประกอบกับการสั่งงานทางโทรศัพท์มือถือ การจำหน่ายผลิตผ่านสื่อโซเซียล

การจะพัฒนาฟาร์มอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องใช้ทุนจำนวนไม่น้อย แต่ครูวรรณพิชัยเลือกจะพัฒนาฟาร์มของตนที่ละน้อย โดยเน้นการพึ่งตนเอง พอดี พอเพียง มีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่ก็ได้วางแผนระยะการพัฒนาไว้ 5 ปี โดยตั้งใจทำการเกษตรในพื้นที่ 1 ไร่ เพื่อใช้เป็นแหล่งผลิตอาหารให้ครอบครัว หลังจากนั้นมีแนวคิดที่จะพัฒนาฟาร์มของตนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่เรียนวิชาอาชีพตนเองสอนอยู่และผู้สนใจทั่วไป ส่วนในขณะนี้ทำในลักษณะทำกินทำอยู่และทำเพื่อทดลองวิธีการเกษตรต่าง ๆ เปรียบเสมือนเป็นห้องเรียนส่วนตัวของตน ยังไม่เปิดให้ชุมชนเข้ามาศึกษา 

การทำการเกษตรของครูวรรณพิชัย เป็นไปตามแนวคิดของสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ดังนี้
ประการที่ 1 เป็นผู้มีความรู้ในเรื่องที่ทำอยู่ สามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร หรือให้คำแนะนำปรึกษากับผู้อื่นที่สนใจในเรื่องที่ทำอยู่ได้
เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในสวน มีการใช้ระบบน้ำหยด การให้น้ำให้ปุ๋ยไปกับหัวน้ำหยด การใช้สปริงเกอร์  และมินิสปริงเกอร์ การใช้ไทเมอร์ในการปิดเปิดน้ำ นอกจากนี้ครูวรรณพิชัย ยังได้ถ่ายทอดความรู้และให้คำปรึกษาแก่นักเรียน และผู้สนใจ

ประการที่ 2 มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลทั้งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอื่น ๆ เช่น Internet, Mobile smart phone 
โดยใช้เฟสบุค 2 แห่ง ในชื่อ อวรรณพิชัย โยธินพิสุทธิ  และรุ้งฟาร์ม และไลน์ไอดีไลน์ 0821946933

ประการที่ 3 มีการบริหารจัดการผลผลิตและการตลาด มีความสามารถในการบริหารจัดการปัจจัยการผลิต แรงงาน และทุน สามารถเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดเพื่อให้ขายผลผลิตได้ ตลอดจนสามารถจัดการของเหลือจากการผลิตที่มีประสิทธิภาพ (Zero waste management) ผลผลิตจัดจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์ และลูกค้าขาประจำ ส่วนการกำจัดของเสียเศษวัสดุจะถูกนำมาทำปุ๋ยหมัก

ประการที่ 4 เป็นผู้มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค มีความรู้หรือได้รับการอบรมเกี่ยวกับมาตรฐาน GAP/GMP เกษตรอินทรีย์ หรือมาตรฐานอื่นๆ (Good Agriculture Practice การจัดการเกษตรที่ดี, Good Manufactory Practice การจัดการโรงงานที่ดี)
กำกับดูแลด้วยตนเองใช้สารเคมีน้อยที่สุดและบางอย่างไม่ใช้เลย โดยอาศัยการปลูกในโรงเรือนและสารชีวภาพ นอกจากนี้ได้เคยอบรมและศึกษาดูงานเกษตรอินทรีย์ที่ไร่ อ.อธิศพัฒน์ ในจังหวัดเลย และนำมาประยุกต์ใช้ในฟาร์มของตนเอง 

ประการที่ 5 มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม/สังคม มีกระบวนการผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม (Green economy) มีกิจกรรมช่วยเหลือชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง
กระบวนการผลิตไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเช่น เศษวัสดุไม่เผาแต่ทำปุ๋ยหมักแทน 

ประการที่ 6 มีความภูมิใจในความเป็นเกษตรกร มีความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพการเกษตร รักและหวงแหนพื้นที่และอาชีพทางการเกษตรไว้ให้คนรุ่นต่อไป มีความสุขและพึงพอใจในการประกอบอาชีพการเกษตร
ปัจจุบันแม้ประกอบอาชีพเป็นครูเป็นหลัก แต่ก็มีความภูมิใจในการเป็นเกษตรกรด้วยเช่นกัน โดยทำการเกษตร จะทำอาชีพเกษตร และตอน เช้า 04.00  น- 06.00 น   พื้นที่ 1 ไร่  และวันหยุดทำเพียงคนเดียวไม่จ้างใครช่วยนอกจากงานเร่งด่วน ไม่มีคนงาน ในพื้นที่ 1 ไร่  มีแนวคิดที่จะใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่สอนอยู่และผู้สนใจทั่วไป และใช้แหล่งผลิตอาหารให้กับครอบครัว


สัมภาษณ์/เขียน : รักษัก สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

ภาพประกอบ : จากเฟรซบุ๊ค 
วรรณพิชัย โยธินพิสุทธิ, 2561, สืบค้นจาก https://www.facebook.com/profile.php?id=100003406751716

อ้างอิง :
วรรณพิชัย โยธินพิสุทธิ. (2561, 23 มีนาคม). ครูโรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย [บทสัมภาษณ์].


Wednesday, 25 April 2018

คุณสมบัติของสมาร์ทฟาร์มเมอร์

คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย Smart Farmer และ Smart Officer ได้กำหนดคุณสมบัติของ Smart Farmmer หรือเกษตรกรปราดเปรื่องไว้ เป็นกรอบเบื้องต้นในการคัดกรองคุณสมบัติของเกษตรกรเพื่อจัดชั้นเกษตรกรเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มเกษตรกรปราดเปรื่องต้นแบบ 2) กลุ่มที่เป็นเกษตรกรปราดเปรื่องอยู่แล้ว (Existing Smart Farmer) และ 3) กลุ่มเกษตรกรที่ต้องพัฒนาให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Developing Smart Farmer)

คุณสมบัติของสมาร์ทฟาร์มเมอร์ 

ผู้ที่เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ จะพิจารณาจากคุณสมบัติ 2 ด้าน คือ

ด้านที่ 1 คุณสมบัติด้านรายได้ 
มีรายได้รวมทางการเกษตรไม่ต่ำกว่า 180,000 บาท/ครัวเรือน/ปี โดยรายได้ดังกล่าวนี้วัดจาก รายได้ที่เป็นเงินสดจากการจำหน่ายผลผลิต ผลพลอยได้ และสิ่งอื่นใดที่ได้จากกระบวนการผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ให้รวมถึงคำจำกัดความของรายได้ทางการเกษตรตามนิยามของการสำรวจข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ข้อมูลรายได้ของเกษตรกรจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และข้อมูลบัญชีครัวเรือนเกษตรกรและกลุ่มอาชีพของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ด้วย

ด้านที่ 2 คุณสมบัติพื้นฐาน 6 ข้อ เกษตรกรที่เป็น Smart Farmer ต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน 6 ข้อ โดยต้องผ่านการพิจารณาตามตัวบ่งชี้อย่างน้อยหนึ่งตัวบ่งชี้ในแต่ละคุณสมบัติ ดังนี้


ภาพ Smart Farmer  จาก เว็บไซต์กรมปศุสัตว์. โดย สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย, 2560,  
สืบค้นจาก http://www.dld.go.th/th/index.php/th/service-people/infographic-menu
/13392-info-pvlo-loe-25600717-2
  1. มีความรู้ในเรื่องที่ทำอยู่ สามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรหรือให้คำแนะนำปรึกษากับผู้อื่นได้ สามารถเป็นเกษตรกรต้นแบบหรือจุดเรียนรู้ให้กับผู้อื่น
  2. มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลทั้งจากเจ้าหน้าที่และผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอื่น ๆ เช่น Internet Mobile Phone Smart Phone มีการบันทึกข้อมูลและใช้ข้อมูลมาประกอบการวิเคราะห์วางแผนก่อนเริ่มดำเนินการและบริหารจัดการผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด มีการนำข้อมูลมาใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาอาชีพของตนเองได้
  3. มีการบริหารจัดการผลผลิตและการตลาด มีความสามารถในการบริหารจัดการปัจจัยการผลิต แรงงาน และทุน ฯลฯ มีความสามารถในการบริหารจัดการปัจจัยการผลิต แรงงาน และทุน สามารถเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดเพื่อให้ขายผลผลิตได้ มีการจัดการของเหลือจากการผลิตที่มีประสิทธิภาพ (Zero waste management)
  4. มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค มีความรู้หรือได้รับการอบรมเกี่ยวกับมาตรฐาน GAP GMP เกษตรอินทรีย์ หรือมาตรฐานอื่น ๆ มีกระบวนการผลิตที่สอดคล้องกับมาตรฐาน GAP GMP เกษตรอินทรีย์ หรือมาตรฐานอื่นๆ
  5. มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม/สังคม มีกระบวนการผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม (Green Economy) มีกิจกรรมช่วยเหลือชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง
  6. มีความภูมิใจในความเป็นเกษตรกร มีความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพการเกษตร รักและหวงแหนพื้นที่และอาชีพทางการเกษตรไว้ให้คนรุ่นต่อไป มีความสุขและพึงพอใจในการประกอบอาชีพการเกษตร
เมื่อประเมินคุณสมบัติของเกษตรกรแล้ว ผ่านทั้งคุณสมบัติด้านรายได้และคุณสมบัติพื้นฐาน เกษตรกรรายนั้นจะอยู่ในกลุ่มที่เป็นเกษตรกรปราดเปรื่องอยู่แล้ว (Existing Smart Farmer) แต่ถ้าไม่ผ่านคุณสมบัติด้านรายได้ หรือคุณสมบัติพื้นฐาน หรือทั้งสองคุณสมบัติ เกษตรกรรายนั้นจะอยู่ในกลุ่มเกษตรกรที่ต้องพัฒนาให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Developing Smart Farmer)

คุณสมบัติสมาร์ทฟาร์มเมอร์ต้นแบบ
สำหรับเกษตรกรที่จะเป็นเกษตรกรต้นแบบนั้น จะต้อง
เป็นเกษตรกรที่ผ่านการประเมินคุณสมบัติด้านรายได้และคุณสมบัติพื้นฐานของการเป็นเกษตรกรปราดเปรื่องอยู่แล้ว (Existing Smart Farmer) และผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและตัวบ่งชี้ของสมาร์ทฟาร์มเมอร์ต้นแบบเฉพาะสาขา โดยคณะทำงานระดับกรมจะเป็นผู้พิจารณากำหนดคุณสมบัติและตัวบ่งชี้ของสมาร์ทฟาร์มเมอร์ต้นแบบเฉพาะสาขา เพิ่มเติมที่สอดคล้องกับกิจกรรมในการประกอบอาชีพทางการเกษตร ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของสินค้าเกษตรที่เป็นเป้าหมายภารกิจของกรม เช่น
กรมประมงเป็นผู้กำหนดคุณลักษณะของสมาร์ทฟาร์มเมอร์ต้นแบบ สาขาการประมง
กรมการข้าวเป็นผู้กำหนดคุณลักษณะของ Smart Farmer ต้นแบบ สาขาข้าว เป็นต้น


เรียบเรียง : รักษก อภิวงค์คำ / นัชรี อุ่มบางตลาด สถาบัน กศน.ภาคหนือ

อ้างอิง :
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2556). คู่มือแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย Smart Farmer และ Smart Officer. คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย Smart Farmer และ Smart Officer, น. 18-19. สืบค้นจาก https://www.opsmoac.go.th/strategic-files-391191791803

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2560). แผนงาน Smart Farmer. สืบค้นจาก

https://www.moac.go.th/ a4policy-alltype-391191791803
ฤทัยชนก จริงจิตร (2556). เจาะลึก “Smart Farmer” แค่แนวคิดใหม่ หรือจะพลิกโฉมการเกษตรไทย. สืบค้นจาก http://www.tpso.moc.go.th/sites/default/files/1074-img.pdf