Wednesday, 16 May 2018

สมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) คืออะไร


สมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) เป็นนโยบายสำคัญของยุทธศาสตร์แผนพัฒนาการเกษตร ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) ซึ่งได้กำหนดวิสัยทัศน์ของแผนพัฒนาการเกษตร คือ “เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนมีความมั่นคงด้านอาหารเป็นฐานสร้างรายได้ให้แผ่นดิน” ประกอบกับยุทธศาสตร์ประเทศที่กำหนดไว้ว่า“ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขัน คนไทยอยู่ดีกินดี มีความเสมอภาค และเป็นธรรม” กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้นำวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ประเทศดังกล่าวไปกำหนดแผนการปฏิรูปการเกษตรของประเทศไทย (พ.ศ. 2556-2561) โดยเน้นการพัฒนาเกษตรกรให้มีความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้ มีภูมิคุ้มกันพร้อมรับความเสี่ยงในการผลิตและการตลาด รวมทั้งมีความสามารถในการผลิตและการตลาด พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้จัดการฟาร์มมืออาชีพ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้มุมมองที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) และเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm) ไว้ ดังนี้

สมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) หรือ เกษตรกรปราดเปรื่อง
ในมุมมองของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแนวคิดว่า สมาร์ทฟาร์มเมอร์ หมายถึง เกษตรกรที่มีความรู้อย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีความคิดในการวางแผนเป็นเลิศ โดยเฉพาะการรู้ถึงอุปสงค์ของตลาดและเตรียมการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการ รวมทั้งมีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากนั้นยังมีความสามารถในการแก้ปัญหาได้รวดเร็ว โดยการวิเคราะห์ข้อมูลรอบด้านเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจที่ตั้งอยู่บนหลักการและเหตุผล ตลอดจนรู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการเกษตร
สมาร์ทฟาร์ม (Smart Farm) หรือ เกษตรอัจฉริยะ
ในมุมมองของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้นำเสนอแนวคิดหลักของ สมาร์ทฟาร์ม คือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการพัฒนาทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรไปจนถึงผู้บริโภค (From Farmer to Market) เพื่อยกระดับผลิตภาพการผลิต ลดต้นทุน รวมทั้ง พัฒนามาตรฐานสินค้า หลักการของแนวคิด “Smart Farm” คือ ความพยายามยกระดับการพัฒนาเกษตรกรรมใน 4 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ 1) การลดต้นทุนในกระบวนการผลิต 2) การเพิ่มคุณภาพมาตรฐานการผลิตและมาตรฐานสินค้า 3) การลดความเสี่ยงในภาคเกษตร ซึ่งเกิดจากการระบาดของศัตรูพืชและจากภัยธรรมชาติ และ 4) การจัดการและส่งผ่านความรู้
ในมิติของผลผลิต “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” จะเน้นการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัยต่อ ผู้บริโภค และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในด้านรายได้ ปัจจุบันรายได้เฉลี่ยของเกษตรกรอยู่ที่ ครัวเรือนละ 132,000 บาทต่อปี การก้าวสู่ “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” นั้น เกษตรกรจะมีรายได้อย่างน้อยในระดับเดียวกับหรือมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำ8nvวันละ 300 บาทเป็นอย่างน้อย ซึ่งหมายถึงรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 180,000 บาท หรือเท่ากับเงินเดือนขั้นต่ำของผู้จบปริญญาตรี รายได้ที่สูงขึ้นนี้จึงสะท้อนว่า “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” คือเกษตรกรซึ่งมีระดับมาตรฐานความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตดี คุณสมบัติทั้งหมดนี้จะส่งเสริมให้เกษตรกรที่เป็น “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

การพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer)
หลักการสำคัญในการพัฒนา “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” คือ การพัฒนาตัวเกษตรกรให้มีองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ เช่น การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้าน การทำการเกษตรตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้ด้านบัญชีต้นทุน ด้านการตลาด ตลอดจนช่องทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีกลไกการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยพัฒนาเกษตรกรให้สามารถเข้าถึงข่าวสารที่ทันเหตุการณ์และความรู้ด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการดำเนินงานที่สำคัญคือ

จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเกษตร เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนให้ครอบคลุมทั้งในด้านของแหล่งผลิต ฤดูกาลที่ผลผลิตออกสู่ตลาด ปริมาณผลผลิต สภาพภูมิอากาศ รวมทั้งราคาสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ราคาสินค้า การตลาดทั้งในและนอกประเทศ ปัจจัยการผลิต การเตือนภัย โดยสร้างเป็นเครือข่ายข้อมูลทุกจังหวัด
พัฒนา Smart Officer ซึ่งคือ เจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ มีความรู้ทางวิชาการ มีความเข้าใจในนโยบาย การบริหารจัดการงาน/โครงการ มีเทคนิคการถ่ายทอดที่ดี สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน มีความรักเกษตรกรเหมือนญาติและมุ่งมั่นที่จะสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกร ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านต่าง ๆ ให้แก่เกษตรกร

ความความสัมพันธ์ระหว่าง Smart Farmer กับ Smart Officer

ภาพจาก เจาะลึก “Smart Farmer” แค่แนวคิดใหม่ หรือจะพลิกโฉมการเกษตรไทย (น.5), โดย ฤทัยชนก จริงจิตร, 2556, สืบค้นจาก http://www.tpso.moc.go.th/sites/default/files/1074-img.pdf



เรียบเรียง : รักษก อภิวงค์คำ / นัชรี อุ่มบางตลาด สถาบัน กศน.ภาคหนือ

อ้างอิง :
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2556). คู่มือแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย Smart Farmer และ Smart Officer. สืบค้นจาก https://www.opsmoac.go.th/strategic-files-391191791803

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2560). แผนงาน Smart Farmer. สืบค้นจาก https://www.moac.go.th/ a4policy-alltype-391191791803

ฤทัยชนก จริงจิตร (2556). เจาะลึก “Smart Farmer” แค่แนวคิดใหม่ หรือจะพลิกโฉมการเกษตรไทย. สืบค้นจาก http://www.tpso.moc.go.th/sites/default/files/1074-img.pdf

การสมัครใช้บริการ Internet Banking


ผู้ที่จะสมัครใช้บริการ Internet Banking ในประเทศไทย มีเงื่อนไขการสมัครใช้บริการ ดังนี้
  • เป็นบุคคลธรรมดาที่มีบัญชีเงินฝากประเภทบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีกระแสรายวันกับธนาคาร
  • บัญชีที่ใช้สำหรับสมัครต้องเป็นบัญชีบุคคลธรรมดาที่เป็นชื่อเดียวเท่านั้น (ต้องไม่เป็นบัญชีที่เปิดร่วมกับผู้อื่น)
  •  มี e-mail address และเบอร์โทรศัพท์มือถือที่จดทะเบียนในประเทศไทย สำหรับรับรหัส OTP (One Time Password) หรือบางแห่งเรียก TOP (Time Out Password) ซึ่งคือชุดรหัสผ่านสำหรับใช้ครั้งเดียวที่ระบบสร้างขึ้นเพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต โดยเป็นตัวเลขจำนวน 6 หลักส่ง SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ตรวจสอบและยืนยันความเป็นเจ้าของบัญชีก่อนการเข้าถึงและเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ซึ่งรหัสผ่านชุดนี้จะมีอายุประมาณ 3 นาที หากเลยเวลาดังกล่าวจะไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก 
ช่องทางการสมัครใช้ Internet Banking สามารถสมัครได้ 3 ช่องทาง คือ
  1.  สมัครด้วยตนเองทางอินเทอร์เน็ต ผ่านทางเว็บไซต์ของธนาคาร โดยผู้สมัครต้องที่มีบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ตามที่ธนาคารระบุ และกรอกข้อมูลการสมัครตามแบบฟอร์มในระบบออนไลน์ บางธนาคารอาจให้มีการยืนยันตัวตนอีกครั้งหนึ่งหลักจากสมัครในระบบออนไลน์แล้ว โดยนำบัตรประชาชนและสมุดบัญชีไปแสดงตัวตนต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารเจ้าของบัญชี สาขาใดก็ได้ หรืออาจต้องลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์มือถือเพื่อขอรับรหัส TOP/OTP ผ่านตู้ ATM/ADM อีกครั้ง
  2.  สมัครด้วยตนเองผ่านทางตู้ ATM ด้วยบัตร ATM หรือบัตรเดบิต 
  3.  สมัครที่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝาก สาขาใดก็ได้ โดยใช้หลักฐานคือ สมุดบัญชีเงินฝาก และบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางกรณีเป็นชาวต่างชาติ
การสมัครใช้ Mobile Banking
Mobile Banking คือการใช้ Internet Banking ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต โดยจะต้องติดตั้งแอปพลิเคชันของธนาคารในศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต โดยมีขั้นตอนดังนี้
  1. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันของธนาคารที่ต้องการสมัครลงในโทรศัทพ์มือถือ
  2. ลงทะเบียนใช้งานโดยกรอกข้อมูลตามที่ระบุในแอปพลิเคชันของธนาคาร ดังนี้
    - ผู้ใช้ที่ใช้บริการ Internet Banking ของธนาคารนั้นอยู่แล้ว บางธนาคารสามารถใช้ User Name และ Password ของ Internet Banking ลงทะเบียนในแอปพลิเคชั่น Mobile Banking ได้ โดยระบบจะให้ตั้งรหัส Pin เป็นตัวเลขจำนวน 6 หลัก สำหรับเข้าใช้แอปพลิเคชั่นบนมือถืออีกครั้ง
    - ผู้ใช้ที่มีบัตร ATM บัตรเดบิต หรือบัตรเครดิตของธนาคาร สามารถนำข้อมูลบัตรมาสมัครใช้งาน Mobile Banking ได้ โดยกรอกข้อมูลบัตร และข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน (หรือข้อมูลตามที่แอปพลิเคชั่นของละธนาคารกำหนด) 
  3. ตั้งค่ารหัสและยืนยันรหัสผ่าน 
สามารถดูรายละเอียดและวิธีการสมัครเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ของแต่ละธนาคาร


เขียน/เรียบเรียง : นัชรี อุ่มบางตลาด. สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

อ้างอิง :
ธนาคารกรุงไทย. (2561). สมัครใช้บริการ KTB Netbank. สืบค้นจาก https://www.ktbnetbank.com /consumer/

ธนาคารกสิกรไทย. (2561). ช่องทางการสมัคร Digital Banking. สืบค้นจาก
https://www.kasikornbank.com/th/Apply/Pages/Apply_index.aspx#digitalbanking

ธนาคารกสิกรไทย. (2561). ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตกสิกรไทย (K-Cyber Banking). สืบค้นจาก https://www.kasikornbank.com/th/ApplyForServices/ApplyForServiceForm/ KCBTC_TH_201611.pdf

ธนาคารไทยพาณิชย์. (2561). เงื่อนไขการบริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์. สืบค้นจาก http://www.scb.co.th/th/personal-banking/electronic-banking/easy-net

Thursday, 10 May 2018

ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Banking)

ปัจจุบันการความนิยมต่อการใช้เทคโนโลยีในโลกออนไลน์และการพัฒนาของระบบเทคโนโลยีในโลกการเงินส่งผลให้เกิดบริการทางการเงินรูปแบบต่าง ๆ ที่อำนวยความสะดวกและตอบสนองต่อการดำเนินชีวิตมากขึ้น ผู้บริโภคยุคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมและทัศนคติในการทำธุรกรรมทางการเงินไปสู่การทำธุรกรรมทางการเงินด้วยตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา รวดเร็ว และสะดวกสบาย ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต โดยมีแน้วโน้มที่จะใช้บริการของธนาคารในรูปแบบ ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Banking) หรือ ธนาคารดิจิตอล (Digital Banking) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร
ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Banking, E-Banking) หรือ ธนาคารดิจิทัล (Digital Banking) คือ ระบบการให้บริการในการทำธุรกรรมต่าง ๆ กับธนาคาร ผ่านอินเทอร์เน็ตหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องมาธนาคาร

บริการของธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ มี ดังนี้
1. บริการธนาคารผ่านอินเตอร์เน็ต ผู้ใช้บริการสามารถทำการโอนเงิน เช็คยอดเงิน โอนเงินระหว่างบัญชีของตนเอง โอนเงินบัญชีบุคคลอื่นทั้งบัญชีธนาคารเดียวกันและต่างธนาคาร ชำระค่าสินค้าและบริการ ชำระบัตรเครติด เติมเงินโทรศัพท์มือถือ ชำระเงินกู้ ซื้อขายกองทุน ฯลฯ ได้ด้วยตนเองผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคาร การให้บริการธนาคารผ่านอินเตอร์เน็ต ได้แก่ Internet Banking และ Mobile Banking
  • บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) เป็นบริการธนาคารในระบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าไปยังทางเว็บไซต์ของธนาคารที่ผู้ใช้ได้สมัครใช้บริการไว้ เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินด้วยตนเอง
  • บริการธนาคารทางโทรศัพท์มือถือ (Mobile Banking) เป็นการให้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตที่พัฒนาขึ้นมาให้สอดรับกับโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งแอปพลิเคชันของธนาคารในโทรศัพท์มือถือ บริการธนาคารบนมือถือกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีแนวโน้มจะมีอัตราการใช้มากกว่าการใช้บริการผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์
ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์แทบทุกแห่งเปิดให้บริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ Internet Banking และ Mobile Banking แล้วในชื่อต่าง ๆ กัน เช่น ธนาคารไซเบอร์ (Cyber Banking) ธนาคารออนไลน์ (Online Banking) บริการธนาคารผ่านอินเตอร์เน็ตของธนาคารในประเทศไทยที่เปิดให้บริการ  เช่น
  • ธนาคารกรุงไทย KTB Internet Banking แอปพลิเคชันสำหรับ Mobile Banking คือ KTB netbank
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB Easy Net แอปพลิเคชันสำหรับ Mobile Banking คือ SCB Easy
  • ธนาคารกสิกรไทย K-Cyber Banking แอปพลิเคชันสำหรับ Mobile Banking คือ K-Plus
  • ธนาคารออมสิน GSB Internet Banking แอปพลิเคชันสำหรับ Mobile Banking คือ MyMo
  • ธนาคารกรุงเทพ Bualuang iBanking แอปพลิเคชันสำหรับ Mobile Banking คือ Bualuang mBanking
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา Krungsri Online แอปพลิเคชันสำหรับ Mobile Banking คือ KMA (Krungsri Mobile App)
  • ธนาคารทหารไทย TMB Internet Banking แอปพลิเคชันสำหรับ Mobile Banking คือ TMB Touch
  • ธนาคารธนชาติ Thanachar iNet แอปพลิเคชันสำหรับ Mobile Banking คือ Thanachrt Connect

Application สำหรับ Mobile Banking ของธนาคารต่าง ๆ

2. บริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่น
  •  บริการธนาคารทางโทรศัพท์ (Tele Banking) ให้บริการในการสอบถาม หรือเรียกดูข้อมูล และทำธุรกรรมผ่านทางโทรศัพท์อัตโนมัติผ่านทางหมายเลขโทรศัทพ์แบบ Call Center ของแต่ละธนาคาร สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้หลากหลาย โดยไม่ต้องเดินทางไปธนาคาร เช่น สอบถามยอดเงิน ถามยอดบัตรเครดิต โอนเงิน ชำระค่าสินค้าและบริการ เติมเงินโทรศัพท์มือถือ บริการด้านบัตรเครดิต หรือซื้อกองทุน
  •  บริการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม (ATM) 
  •  บริการทำธุรกรรมทางการเงินด้วยเครื่องทำธุรกรรมทางด้านการเงินอัตโนมัติ VTM (Virtual Teller Machine) ผ่าน VDO Call 
  •  บริการสมาร์ทการ์ด (Smart Card) หรือบัตรชำระเงิน บัตรเดบิตแบบต่าง ๆ
  •  บริการแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านโทรศัพท์มือถือด้วย SMS 
 เครื่องทำธุรกรรมทางด้านการเงินอัตโนมัติ VTM (Virtual Teller Machine) 
โดย ธนาคารกรุงไทย, 2560, สืบค้นจาก https://www.ktb.co.th


เขียน/เรียบเรียง : นัชรี อุ่มบางตลาด สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

อ้างอิง :
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน). (2561). "E-BANKING คืออะไร ?" สืบค้นจาก https://www.etda.or.th/content/1238.html 

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน). (6 กุมภาพันธ์ 2561). "ธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์". สืบค้นจาก http://www.scb.co.th/th/personal-banking/electronic-banking .

ครูผู้ถ่ายทอดแนวคิดสมาร์ทฟาร์มเมอร์ วรรณพิชัย โยธินพิสุทธิ

ครูวรรณพิชัย โยธินพิสุทธิ เป็นชาวเชียงราย อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 1 ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย จบการศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส. ช่างอิเล็กทรอนิกส์ จากวิทยาลัยเทคนิคเชียงราย และเรียนต่อในระดับปริญญาตรี สาขาช่างอุตสาหกรรม จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้เริ่มต้นทำงานเป็นครูมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2540 ที่โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงรายโดยสอนวิชาการอาชีพและเทคโนโลยีในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย นับว่าเป็นครูมาถึง 20 ปีแล้ว นอกจากงานด้านการสอนแล้วในเวลาว่างหลังเลิกงาน ยังรับจ้างซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ และทำการเกษตรอีกด้วย


กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียนจากอดีตถึงปัจจุบัน เน้นการเรียนการสอนงานบ้าน งานเกษตร งานช่าง งานประดิษฐ์ งานธุรกิจ งานด้านช่างนั้นจะนำนักเรียนออกฝึกปฏิบัติเดินสายไฟตามหมู่บ้าน ส่วนงานเกษตรได้สนับสนุนในให้นักเรียนทำงานการเกษตรตามภาคเรียน ทั้งด้านพืชและสัตว์ การเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่พันธุ์ไข่ การเลี้ยงจิ้งหรีด การเลี้ยงปลาดุก การปลูกพืชผักสวนครัว และล่าสุดการทำสวนผักกับลาบ และกำลังจะนำองค์ความรู้การปลูกเมล่อนในโรงเรือนในลักษณะสมาร์ทฟาร์มไปฝึกปฏิบัติให้แก่เด็กนักเรียนในปีการศึกษาหน้า

ประสบการณ์ในการทำการเกษตร
ครูวรรณพิชัย เคยทำสวนยางพารามาเป็นเวลา 10 กว่าปี แล้วหยุดมาทำสวนถั่วดาวอินคาในพื้นที่ 4 ไร่ แต่ล้มเหลวเนื่องจากไม่มีคนรับซื้อผลผลิต ทำสวนมะละกอฮอแลนด์และทำสวนกล้วยน้าว้าอีก  4  ไร่ ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากพื้นที่สวนอยู่ห่างจากบ้าน ไม่มีเวลาไปดูแล เพราะต้องทำภาระหน้าที่ในการสอน

ปัจจุบันได้ทำสวนเมล่อนโดยใช้พื้นที่เพียง 1 ไร่ โดยเริ่มต้นจากการทำโรงเรือนเมล่อน 1 โรงเรือนสามารถปลูกได้ 400 ต้น และทดลองปลูกด้านนอกโรงเรือนอีก 300 ต้น และยังแบ่งพื้นที่อีก 1 ส่วน ปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเอง ตามฤดูกาล มีทั้งถั่วฝักยาว ชะอม ข้าวโพดหวาน นอกจานี้ยังมีไม้ผล เงาะ ลำไย ฝรั่ง อาโวคาโด้ ส้มโอ เลี้ยงบ่อปลาดุกในบ่อขนาด 2 คุณ 5 เมตร เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ 60 ตัว มีการทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ และมีโครงการที่จะทำแหล่งพลังงาน บ่อแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ เนื่องจากข้างสวนมีเกษตรกรที่ทำการเลี้ยงวัว


เนื่องจากครูวรรณพิชัย ประกอบอาชีพประจำเป็นครูสอนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี จึงมีเวลาทำการเกษตรเฉพาะตอนเช้า 04.00-06.00 น และตอนเย็นถึงค่ำหลังเลิกงานตั้งแต่เวลา 17.00-21.00 น. ในวันธรรมดา และเต็มวันในวันหยุดเท่านั้น โดยทำเพียงคนเดียวไม่จ้างคนงาน นอกจากมีงานเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น การทำการเกษตรของครูวรรณพิชัย จึงได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรื่องการจัดการ  เช่น การใช้ระบบเซนเซอร์ในการให้น้ำพืชด้วยระบบน้ำหยด และมีการตั้งเวลาสำหรับการให้น้ำและให้อาหารแก่ปลาดุกและไก่พันธุ์ไข่ และการใช้วงจรปิดเพื่อติดตามดูความเคลื่อนไหวในสวน ประกอบกับการสั่งงานทางโทรศัพท์มือถือ การจำหน่ายผลิตผ่านสื่อโซเซียล

การจะพัฒนาฟาร์มอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องใช้ทุนจำนวนไม่น้อย แต่ครูวรรณพิชัยเลือกจะพัฒนาฟาร์มของตนที่ละน้อย โดยเน้นการพึ่งตนเอง พอดี พอเพียง มีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่ก็ได้วางแผนระยะการพัฒนาไว้ 5 ปี โดยตั้งใจทำการเกษตรในพื้นที่ 1 ไร่ เพื่อใช้เป็นแหล่งผลิตอาหารให้ครอบครัว หลังจากนั้นมีแนวคิดที่จะพัฒนาฟาร์มของตนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่เรียนวิชาอาชีพตนเองสอนอยู่และผู้สนใจทั่วไป ส่วนในขณะนี้ทำในลักษณะทำกินทำอยู่และทำเพื่อทดลองวิธีการเกษตรต่าง ๆ เปรียบเสมือนเป็นห้องเรียนส่วนตัวของตน ยังไม่เปิดให้ชุมชนเข้ามาศึกษา 

การทำการเกษตรของครูวรรณพิชัย เป็นไปตามแนวคิดของสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ดังนี้
ประการที่ 1 เป็นผู้มีความรู้ในเรื่องที่ทำอยู่ สามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร หรือให้คำแนะนำปรึกษากับผู้อื่นที่สนใจในเรื่องที่ทำอยู่ได้
เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในสวน มีการใช้ระบบน้ำหยด การให้น้ำให้ปุ๋ยไปกับหัวน้ำหยด การใช้สปริงเกอร์  และมินิสปริงเกอร์ การใช้ไทเมอร์ในการปิดเปิดน้ำ นอกจากนี้ครูวรรณพิชัย ยังได้ถ่ายทอดความรู้และให้คำปรึกษาแก่นักเรียน และผู้สนใจ

ประการที่ 2 มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลทั้งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอื่น ๆ เช่น Internet, Mobile smart phone 
โดยใช้เฟสบุค 2 แห่ง ในชื่อ อวรรณพิชัย โยธินพิสุทธิ  และรุ้งฟาร์ม และไลน์ไอดีไลน์ 0821946933

ประการที่ 3 มีการบริหารจัดการผลผลิตและการตลาด มีความสามารถในการบริหารจัดการปัจจัยการผลิต แรงงาน และทุน สามารถเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดเพื่อให้ขายผลผลิตได้ ตลอดจนสามารถจัดการของเหลือจากการผลิตที่มีประสิทธิภาพ (Zero waste management) ผลผลิตจัดจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์ และลูกค้าขาประจำ ส่วนการกำจัดของเสียเศษวัสดุจะถูกนำมาทำปุ๋ยหมัก

ประการที่ 4 เป็นผู้มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค มีความรู้หรือได้รับการอบรมเกี่ยวกับมาตรฐาน GAP/GMP เกษตรอินทรีย์ หรือมาตรฐานอื่นๆ (Good Agriculture Practice การจัดการเกษตรที่ดี, Good Manufactory Practice การจัดการโรงงานที่ดี)
กำกับดูแลด้วยตนเองใช้สารเคมีน้อยที่สุดและบางอย่างไม่ใช้เลย โดยอาศัยการปลูกในโรงเรือนและสารชีวภาพ นอกจากนี้ได้เคยอบรมและศึกษาดูงานเกษตรอินทรีย์ที่ไร่ อ.อธิศพัฒน์ ในจังหวัดเลย และนำมาประยุกต์ใช้ในฟาร์มของตนเอง 

ประการที่ 5 มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม/สังคม มีกระบวนการผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม (Green economy) มีกิจกรรมช่วยเหลือชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง
กระบวนการผลิตไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเช่น เศษวัสดุไม่เผาแต่ทำปุ๋ยหมักแทน 

ประการที่ 6 มีความภูมิใจในความเป็นเกษตรกร มีความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพการเกษตร รักและหวงแหนพื้นที่และอาชีพทางการเกษตรไว้ให้คนรุ่นต่อไป มีความสุขและพึงพอใจในการประกอบอาชีพการเกษตร
ปัจจุบันแม้ประกอบอาชีพเป็นครูเป็นหลัก แต่ก็มีความภูมิใจในการเป็นเกษตรกรด้วยเช่นกัน โดยทำการเกษตร จะทำอาชีพเกษตร และตอน เช้า 04.00  น- 06.00 น   พื้นที่ 1 ไร่  และวันหยุดทำเพียงคนเดียวไม่จ้างใครช่วยนอกจากงานเร่งด่วน ไม่มีคนงาน ในพื้นที่ 1 ไร่  มีแนวคิดที่จะใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่สอนอยู่และผู้สนใจทั่วไป และใช้แหล่งผลิตอาหารให้กับครอบครัว


สัมภาษณ์/เขียน : รักษัก สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

ภาพประกอบ : จากเฟรซบุ๊ค 
วรรณพิชัย โยธินพิสุทธิ, 2561, สืบค้นจาก https://www.facebook.com/profile.php?id=100003406751716

อ้างอิง :
วรรณพิชัย โยธินพิสุทธิ. (2561, 23 มีนาคม). ครูโรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย [บทสัมภาษณ์].


Friday, 4 May 2018

Agri-map Mobile แอปพลิเคชันสำหรับสมาร์ทฟาร์มเมอร์

Agri-Map Mobile เป็น แอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลเชิงสารสนเทศด้านการเกษตร เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมีระบบการวิเคราะห์ข้อมูลและสามารถเลือกปลูกพืชเศรษฐกิจทดแทนให้เหมาะสมตามชั้นความเหมาะสมของดิน ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลพร้อมติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง ครอบคลุมการนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดการ การเพาะปลูก ผลผลิตด้านการเกษตร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และคาดการณ์ในอนาคต สามารถใช้งานได้จากทุกที่ ทุกเวลา ผ่านสมาร์ทโฟนในระบบ Android

ภาพ Agri-Map Mobile จากเว็บไซต์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, 2560, สืบค้นจาก https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-mobile-application/agri-map-mobile.html

ข้อมูลแผนที่ด้านการเกษตร ใน Agri-Map Mobile ประกอบด้วย
  • ข้อมูลพื้นที่ด้านการเกษตร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร
  • ใช้ง่ายเพียงปักหมุดลงในแผนที่หรือระบุพิกัด ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลหลักด้านการเกษตรในระดับประเทศ จังหวัด อำเภอ และตำบล
  • แสดงรายละเอียดชั้นข้อมูลเชิงพื้นที่ แบ่งตามชั้นสีพร้อมคำอธิบายได้ตามที่ผู้ใช้กำหนด
  • มีข้อมูลทางเลือกการปลูกพืชเศรษฐกิจทดแทน พร้อมรายละเอียดที่สำคัญ เช่น การเพาะปลูก ต้นทุน ผลตอบแทนต่อไร่ และแหล่งรับซื้อ แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านการเกษตรในรูปแบบสถิติ กราฟ ตัวเลข
  • ตรวจสอบพื้นที่เหมาะสม
  • สำรวจทางเลือกในการปลูกพืชทดแทน
  • แสดงรายละเอียดข้อมูลทับซ้อนเชิงแผนที่
ภาพ Agri-Map Mobile จากเว็บไซต์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, 2560, สืบค้นจาก 
https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-mobile-application/agri-map-mobile.html

คู่มือการใช้งาน Agri-Map Mobile

คลิปวีดิทัศน์คู่มือการใช้งาน Agri-Map Mobile
https://www.youtube.com/watch?v=CxlPzUlNfZY โดย NECTEC
เผยแพร่เมื่อ 25 พ.ค. 2017


เรียบเรียง : นัชรี อุ่มบางตลาด สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

อ้างอิง :
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดใช้ "Agri-Map Mobile" แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุกบนมือถือ. สืบค้นจาก https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/agri-map-mobile-press.html

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ. (2560). ติดปีกให้เกษตรกรไทยยุค Thailand 4.0. สืบค้นจาก https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/agrimap-smartfarmer.html

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ. (2560). Agri-Map Mobile. สืบค้นจาก https://www.nectec.or.th/innovation/innovation-mobile-application/agri-map-mobile.html
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ. (2560).